Pigma VS Gpen
posted on 19 Aug 2008 21:10 by catdolljin in Advantage-Storyเรื่องนี้อัพสำหรับ คนที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อจีเพนดีไหม หรือยังไม่ค่อยรู้็จักจีเพน
วันนี้แมวภูมิใจนำเสนอ
โดยส่วนตัวใช้ pigmaมาหลายปี เพราะสะดวกและเหมือนจะราคาถูกฯลฯ
ส่วน Gpenนั้นพึ่งได้ไปซื้อเมื่องานโออิชิที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจากเดี๋ยวนี้pigma มันแพงกว่าสมัยก่อนง่ะ
และเมื่อได้ลองGpen ก็พบว่าตัวเองโง่มาหลายปี... เพราะจีเพนเส้นสวยกว่ามาก
นี่คือความแตกต่างระหว่างเส้น "Pigma" กับ " Gpen"
ขีดเส้นด้วยน้ำหนักมือที่เท่ากัน
จะเห็นได้ว่า เส้นปิกม่าจะค่อนข้างเท่ากัน ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างระหว่าง
"เส้นหนา เส้นกลาง เส้นอ่อน"
ส่วนเส้นจีเพน
จะได้น้ำหนัก 3 ระดับอย่างชัดเจน(สังเกตดูว่า เส้นเหมือนใน photoshop มาก)
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เส้น "pigma" "Gpen" ต่างกัน ก็เนื่องจากรูปแบบของหัวปากกา
นี่คือหัว Pigma (เราไม่ได้นั่งเทียนเขียนเอา แต่เราดราฟจากของจริงเลย)
จะเห็นได้ว่าลักษณะหัวจะเหมือนเมจิก ซึ่งควบคุมน้ำหนักยาก
เหมือนใช้ดินสอลากเส้นตรงด้วยมือ
(ลองไปจับปากกาหัวม้า แล้วห้ามย้ำเส้น แต่ต้องได้น้ำหนักเส้น 3 ระดับดูจิ มันทำไม่ได้ง่ายๆ)
กว่าจะควบคุมได้เส้นงามแบบจีเพน ฝึกอยู่หลายปีทีเดียว - -
ส่วนหัวGpen
ลักษณะหัวปากกาคล้ายๆหัวปากกาหมึกซึมที่บางรร.บังคับให้ใช้ ตอนหัดเขียนตัวเขียนนั่นแหละ
ที่ใช้Gpenขีดเส้นตรงแล้วตรงโคตร เพราะลักษณะหัวปากกา
พอจุ่มหมึก หมึกก็จะอยู่ตรงปลายปากกา
เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมจุ่มหมึกไปแล้ว หมึกมันถึงไม่หยดลงมานอกจากเวลาเขียน
เพราะมันมีกลไกเล็กๆ สังเกตลักษณะของปลายปากกาจะประกอบด้วยเหล็ก(ใช่เหล็กรึเปล่าเนี่ย) 2 ชื้น
พอเวลาเขียนแล้วกดปากกาลงไป หัวปากกาจะอ้าออก ทำให้หมึกไหลลงมา
แถมอ้าออกนิดเดียว ทำให้เหล็ก 2แผ่นนั้น ช่วยกันน้ำหมึกไม่ให้ซึมออกข้างๆทำให้ขีดเส้นออกมาตรงมากๆ
(ใครคิดเนี่ย คิดได้ไง)
และนี่คือภาพที่ตัดด้วย Gpen กับ Pigma
รู้สึกไม่ค่อยต่าง อาจะเพราะเราใช้pigmaมานาน เวลาตัดเส้นเลยเผลอแต่งเส้น -*-
**การแต่งเส้น คือการย้ำเส้นอีกรอบเพื่อให้มีน้ำหนักเส้นที่ต่างกัน ข้อเสียของวิธีนี้คือภาพจะแข็ง
การต่อสู้ระหว่าง Pigma กับ Gpen ได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว :P
คราวนี้ Gpen เป็นฝ่ายเริ่มก่อนบ้าง
ข้อดี และ ข้อเสียของ Gpen
ข้อดี
1.เส้นพริ้วเป็นธรรมชาติสุดๆ เพราะไม่ต้องย้ำเส้น ตัดครั้งเดียวงาม
2.ผลมาจากข้อ 1 เมื่อไม่ต้องแต่งเส้น(ย้ำเส้น) ทำให้เวลาตัดเส้นลดลงอย่างน่าใจหาย สรุปคือเร็ว
3.ประหยัด ถึงหัวปากกาซื้อเป็นชุด (แบบที่มีแถมหัว 3 ขนาด) ราคา 225 บ. แต่ใช้ได้ยั่งยืนมาก
แค่หาหมึกมาเรื่อยๆ ถ้าไม่มีตังก็ใช้ india ink camel ขวดละ 10 บ. จะมีจะกินก็ใช้หมึกญี่ปุ่น 200บ.แต่กันน้ำ
(ยังไงๆ ก็ประหยัดกว่าจะซื้อ pigma เรื่อยๆ)
ข้อเสีย
1.ไม่สะดวก คิดดูสิ กว่าจะได้ใช้ต้องเปิดฝาขวดหมึก(บางทีขวดเก่าเผิดไม่ออกอีกต่างหาก) และต้องบรรจงจุ่ม
ถ้าไปทำงานข้างนอกบ้านจะเกิดอะไรขึ้น
ลองคิดดูสิ...ที่วางขวดหมึกไม่มี ดีไม่ดีมีคนมาเตะ ยิ่งหมึกญี่ปุ่นหก มันยิ่ง..
2.อันตรายต่อชิ้นงาน เมื่อทำงานไปนานๆ ความเบลอบังเกิด ศอกชนหมึกหก เขียนใหม่ทั้งหน้า T T
3.ใช้ยาก (แรกๆเขียนแล้วหมึกไม่ยอมออกอีกต่างหาก -*-) กว่าจะเชี่ยวต้องใช้เวลาฝึกนาน
4.ถ้าใช้หมึกถูกๆ(camel ที่ชวดละ 10 บาท) จะแห้งช้า+ไม่กันน้ำ โดนเสียดสีนิดเดียว เละ ... -*-
มาทาง Pigma
ข้อดี
1.สะดวก แค่เปิดฝาใช้ได้ทุกที
2.หาซื้อง่าย ร้านเครื่องเขียนทุกร้านมี
3.ใช้ง่าย แต่จะสวยหรือไม่สวยก็อีกเรื่อง...
ข้อเสีย
1. แพง เดี๋ยวนี้มันจะ 50 บ. อยู่แล้ว สงสัยขึ้นตามราคาน้ำมัน ใช้แปบเดียวก็หมด เดี๋ยวก็ซื้อใหม่ ถ้าซวยมากๆหัวแตกก็เจ้งทั้งแท่ง -*-
2. ไม่พริ้ว เพราะต้องย้ำเส้นบางเส้นให้หนาขึ้น เพราะถ้าตัดตามปกติจะมีแค่ เส้นกลาง-บาง เท่านั้น
3.เพราะต้องค่อยๆแต่งเส้นนี่แหละ กว่าจะใช้ตาสแกนให้เนียบทุกเส้นช่างนานนัก
มาถึงรอบตัดสิน?
ตกลงใครซนะเนี่ย
...
...
......
..................
...............................
........................
สรุปคือเสมอกัน !!
เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยว่าจะสะดวกแบบไหน
บางคนใช้ปิกม่ามาหลายปีเส้นก็ไม่แพ้จีเพน
(เราก็เป็นกรณีนั้น ตัดเส้นมานาน จนใช้ปิกม่า หรือ จีเพนแล้วไม่ค่อยต่างกัน)
มันก็ขึ้นอยู่กับงานด้วยว่าจะตัดเส้นไปทำอะไร
ถ้าตัดเส้นเพื่อทำ CG แค่ปิกม่าก็พอแล้ว สแกนลงสีเสร็จเส้นมันก็แทบจะไม่เห็นละ
แต่ถ้างานคอมมิก ใช้จีเพนจะรุ่งกว่า..
เพราะงานคอมมิกตัดเส้นเยอะมากหมึกหมดไว ถ้าใช้ปิกม่ามันจะเปลีืองมาก
แถมต้องแต่งเส้นอีก สู้ใช้จีเพนคล่องๆ ตัดครั้งเดียวงามแถมพริ้วกว่าจะรุ่งกว่า







![Return to zero[project 0]](http://project0.biz/new.gif)





ดีสุด (ฮา)
#1 By MiSa on 2008-08-19 22:15